คืนที่เซอร์อเล็กซ์ทำ ฉันจะทำคะแนน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

คืนที่เซอร์อเล็กซ์ทำ

คืนที่เซอร์อเล็กซ์ทำ ฉันจะทำคะแนน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

คืนที่เซอร์อเล็กซ์ทำ เปิดเผยว่าเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสันคาดการณ์เป้าหมายแรกของแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างน่าสยดสยอง ฟูลแบ็กชาวฝรั่งเศสเริ่มต้นชัยชนะ 7-1 ที่มีชื่อเสียงของยูไนเต็ดต่อโรม่าในปี 2550 บนม้านั่งขณะที่ หงส์แดง มองว่าการขาดดุล 2-1 จากเลกแรกของการผูกรอบรองชนะเลิศ

ระหว่างสองสโมสร อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อถึงเวลา Evra แทนที่ John O’Shea ในนาทีที่ 52 ทีมของเฟอร์กูสันได้ขึ้น 5-0 ในตอนกลางคืนและ 6-2 รวม ชาวสกอตมั่นใจในจุดนี้มากจนเขาทำนายว่าหมายเลข 3 ของยูไนเต็ดจะได้คะแนนในไม่ช้าหลังจากลงสนาม

ฉันเริ่มบนม้านั่ง” Evra จำได้ “ และหัวหน้าตอบ: ‘Patrice คุณกำลังจะมา แต่คุณจะกลับมาเป็นแบ็กขวาและคุณจะทำประตูได้’ เขายังบอกฉันว่า!

ฉันมาในฐานะแบ็คขวาเพราะคุณเห็นว่าโอเลกันน์นาร์โซลก์จาเออร์ให้ความช่วยเหลือฉันและฉันยิงและฉันยิงและเราชนะ 7-1 38 ปีเผยว่าเฟอร์กูสันมักจะอธิบายประสิทธิภาพการทำงานของยูไนเต็ดในการแข่งขันที่ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบ เฟอร์กูสันเสมอเมื่อคุณพูดคุยกับเขาเขาพูดว่า: ‘นี่เป็นเกมที่สมบูรณ์แบบ’ ไม่มีเกมที่สมบูรณ์แบบ

แต่ฉันคิดว่าเกมนี้ทุกอย่างที่เราทำนั้นมีความแม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ บรรยากาศช่างไฟฟ้าสนามกีฬาแฟนๆ ทุกอย่างเชื่อมต่อกันในวันนั้น เพราะฉันจำได้ว่าฉันคิดว่าเราแพ้ 2-1 กับโรมในเลกแรกและคนอิตาลีก็เป็นเช่นนั้น ‘โอ้ Roma เป็นทีมใหญ่

พวกเขาจะทำลายพวกเรา ความสมบูรณ์ของเกมนี้คือการครอบงำของ United ในเวลาที่ Evra เริ่มต้นจี้เพื่อนร่วมทีมของเขาคนหนึ่งในทีมตรงข้ามแทบจะไม่เชื่อในสิ่งที่เขาประสบ  ว้าววันนั้นฉันรู้ว่ามันหมายถึงอะไรเล่นที่โอลด์แทรฟฟอร์ด”ประเทศฝรั่งเศสอธิบาย “ มันเป็นโรงละครแห่งความฝันสำหรับเรา แต่มันเป็นโรงละครแห่งฝันร้ายสำหรับทีมตรงข้าม 

ฉันยังจำได้ [Philipp Defender] Philippe Mexes เขาพูดว่า: ‘Patrice ฉันสั่น!’ เขากล่าวว่า เมื่อฉันมีบอลฉันเตะบอลที่อัฒจันทร์’ เพราะเขาสั่น! เกมนี้ชอบมากเกินไป แชมป์เปี้ยนส์ลีก…เลกสองที่ยิ่งใหญ่ 7-1 ฉันคิดว่าเมื่อคนเริ่มพูดว้าวทีมนี้เป็นทีมใหญ่ พวกเขาเริ่มเคารพเรามากขึ้นในยุโรป

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลที่คนไทยรู้จักกันดี และเป็นทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมากที่สุดถึง 13 สมัย แต่ภายหลังจากหมดยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อสิ้นฤดูกาล 2012-2013 พวกเขาก็ประสบปัญหา ทั้งจากฟอร์มการเล่นในสนาม ศรัทธาของแฟนบอล ธุรกิจซื้อขายนักเตะที่ผิดพลาด

รวมไปถึงการเปลี่ยนผู้จัดการทีม 5 คนไล่ตั้งแต่ เดวิด มอยส์, ไรอัน กิ๊กส์ (รักษาการแทนมอยส์ในปลายฤดูกาลเดียวกัน), หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ มูรินโญ และโอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ในระยะเวลา 6 ปีเท่านั้น

หลังจากบรมกุนซือเลือดสก็อต จากไปแมนฯ ยูไนเต็ดก็ทำผลงานได้ดีที่สุดเพียงแค่อันดับ 2 ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2016-2017 ในยุคของมูรินโญ และก็มีแต้มตามหลังทีมอริร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี ถึง 19 แต้ม (แมนฯ ซิตี คะแนนรวม 100 คะแนน)

ส่วนฤดูกาลที่แล้ว (2018/19) ฟอร์มการเล่นของพลพรรคปิศาจแดงก็ออกทะเลไปไกลกว่าเดิม เพราะจบฤดูกาลที่อันดับที่ 6 แข่ง 38 นัด มี 66 แต้ม ห่างจากแมนเชสเตอร์ ซิตี ซึ่งเคยอยู่ใต้ร่มเงาความสำเร็จของแมนฯ ยูไนเต็ดมาตลอดในยุคเซอร์เฟอร์กี้ ถึง 32 แต้ม

นอกจากเรื่องผลการแข่งขัน การซื้อ-ขายนักเตะในช่วงหลัง ๆ ก็ดูน่าผิดหวัง พวกเขาถูกวิจารณ์ว่าซื้อนักเตะบางคนในราคาแพงเกินจริงโดยที่ทีมได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า

อาทิ การซื้อ ปอล ป็อกบา ราคา 89 ล้านปอนด์, โรเมลู ลูกากู 75 ล้านปอนด์, อังเคล ดิ มาเรีย 59 ล้านปอนด์, เฟร็ด 52 ล้านปอนด์ นี่ยังไม่ควมถึงดีลอื่น ๆ ที่แสดงว่าการทำธุรกิจเรื่องตัวผู้เล่นของแมนฯ ยูไนเต็ด พังไม่เป็นท่า

เช่น กรณีของมัตเตโอ ดาร์เมียน แบ็คชาวอิตาลี ที่เพิ่งขายให้กับปาร์มาในราคาเพียง 1.4 ล้านปอนด์ ทั้ง ๆ ที่ซื้อมาจากโตริโนด้วยราคา 12.7 ล้านปอนด์ หรือกรณีของอเล็กซิส ซานเชซ ที่แมนฯ ยูไนเต็ดฯ คว้าตัวมาด้วยเงื่อนไขค่าเหนื่อยถึง 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ในซีซั่นก่อน แต่ลงเล่นแค่เพียง 36 เกม และทำได้เพียง 5 ประตู

อัปเดท ข่าวสดกีฬาฟุตบอล ได้ที่ >>> ผลบอลสด7m หรือ 7M

ติดตาม ข่าวสารกีฬา ผ่านfacebook >>> Ultimatefootball

ข่าวสารกีฬา อัปเดทใหม่ทุกวัน ได้ที่  LINE : @UFA700