ผล บอล สด 7M บ้าน ผล บอล พรุ่งนี้ ทรรศนะ บอล วัน นี้ 2020

ประวัติ โรเมลูลูกากู

ประวัติ โรเมลูลูกากู

ชื่อ : โรเมลู ลูกากู
เชื้อชาติ : เบลเยี่ยม
วันเกิด : 13 พฤษภาคม 1993
อายุ : 22 ปี
สถานที่เกิด : แอนท์เวิร์ป , เบลเยี่ยม
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสร : เอฟเวอร์ตัน

 ประวัตินักเตะ

ลูกากู เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นในบ้านเกิดอย่าง รูเปล บูม ก่อนที่เขาจะได้ไปอยู่กับ เลียร์เซ่ และได้กลายไปเป็นนักเตะอาชีพกับทางด้านสโมสร อันเดอร์เลช ในปี 2006 โรเมลู ลูกากู กลายไปเป็นนักเตะอาชีพตั้งแต่ที่เขามีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้นและกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดในลีกเบลเยี่ยมในฤดูกาล 2009-2010 จนพา อันเดอร์เลช คว้าแชมป์ เบลเยี่ยม แชมเปี้ยนชิพ ได้สำเร็จ ในปี 2009 โรงเรียนของเขาได้พามาเยี่ยมชมสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ของ เชลซี ซึ่ง ลูกากู ถึงกับสบถออกมาว่า ”นี่มันสนามอะไรกัน” และกล่าวต่อไปว่า ”ถ้าวันนึงผมได้มาใช้ชีวิตที่นี่ ผมคงรู้สึกดีใจจนน้ำตาไหลแน่นอน มันจะเป็นเรื่องที่ดีมากๆหากผมได้ลงเล่นที่นี่” ก่อนที่จะปิดท้ายว่า ”ผมโคตรรักเชลซี” ซึ่งแน่นอนว่าด้วยความรักที่มีต่อ เชลซี ขนาดหนักของเขา ทำให้ฮีโร่ในดวงใจของ ลูกากู ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นก็คือ ดิดิเยร์ ดร็อคบา นั่นเอง

 อันเดอร์เลช (2009-2011)

16 พฤษภาคม 2009 โรเมลู ลูกากู เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ อันเดอร์เลช โดยเซ็นสัญญาด้วยกัน 3 ปี และเขาก็ได้โอกาสลงเล่นทันทีใน 11 วันต่อมา ซึ่งเป็นเกมในดิวิชั่น 1 ของเบลเยี่ยมรอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้น โดยพบกับ สตองดาร์ด ลีเอช โดย ลูกากู ถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 69 ของเกม ทว่าเกมนั้น อันเดอน์เลช แพ้ไป 0-1 ลูกากู ขึ้นมาเป็นตัวหลักของ อันเดอน์เลช ทันทีในฤดูกาล 2009-2010 และยิงประตูแรกได้ในเกมที่พบกับ ซูลเต้ วาเรเกม หลังจากที่ถูกส่งลงสนามมาแทน คานู เมื่อ 28 สิงหาคม 2009 ก่อนจะจบฤดูกาลนี้ด้วยตำแหน่งดาวซัลโวของ โปรลีก จากการยิงไปทั้งหมด 15 ประตู แถมเจ้าตัวยังสามารถยิงได้ถึง 4 ลูกในเวที ยูโรป้า ลีก อีกด้วย

ฤดูกาล 2010-2011 ถือเป็นฤดูกาลที่สร้างชื่อให้กับเขาอย่างเต็มตัวหลัง ลูกากู ซัดไปได้ถึง 20 ลูก แต่ทว่ามันก็ไม่เพียงพอที่จะพา อันเดอร์เลช คว้าแชมป์ได้สำเร็จ โรเมลู ลูกากู ยิงไปได้ทั้งหมด 33 ประตู จากการลงเล่น 73 นัดให้กับ อันเดอร์เลช

ประวัติ โรเมลูลูกากู
ประวัติ โรเมลูลูกากู

 เชลซี (2011-2014)

สิงหาคม 2011 ฝันกลายเป็นจริงสำหรับศูนย์หน้าร่างยักษ์รายนี้ เมื่อมีรายงานว่า เชลซี จะยอมจ่ายเงินจำนวน 17 ล้านปอนด์ (ประมาน 912 ล้านบาท) ดึงตัวเขาไปร่วมทัพ ซึ่งแบ่งจ่ายเป็นงวดแรก 10 ล้านปอนด์ ก่อนที่จะเพิ่มให้ในภายหลัง โดย ลูกากู จะได้รับเสื้อเบอร์ 18 และเซ็นสัญญายาวกันถึง 5 ปีด้วยกัน เกมแรกที่เขาเปิดตัวที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ สนามในฝันของเขานั้นเป็นการพบกับ นอริช โดยเขาถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองแทน เฟอร์นานโด ตอร์เรส ในนาทีที่ 83 ของเกม เกมแรกกับ เชลซี ที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกิดขึ้นในศึก ลีกคัพ โดยพบกับ ฟูแล่ม ซึ่งเกมนี้ เชลซี เอาชนะด้วยการดวลจุดโทษไป ส่วนเกมแรกที่เขาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในศึก พรีเมียร์ลีก เป็นเกมที่พบกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ซึ่งเขาสามารถคว้า แมนออฟเดอะแมตช์ มาครองได้ด้วยจากการทำ 1 แอสซิต ให้ จอห์น เทอร์รี่ ทว่าในช่วงนั้น เชลซี กลายเป็นทีมยักษ์ใหญ่เกินไปที่จะใช้ศูนย์หน้าอย่างเขาเป็นตัวหลัก ทำให้ ลูกากู ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากเท่าที่ควร ก่อนจะถูกขึ้นบัญชีปล่อยยืมตัว เขาได้โอกาสลงเล่นให้กับ เชลซี ไปเพียง 10 นัดเท่านั้นและไม่สามารถทำประตูได้เลย

ประวัติ โรเมลูลูกากู
ประวัติ โรเมลูลูกากู

 เวสต์บรอมวิช (2012-2013) (ยืมตัว)

10 สิงหาคม 2012 เวสต์บรอมวิช ตัดสินใจยืมตัว ลูกากู จาก เชลซี มาใช้งานด้วยสัญญา 1 ฤดูกาล โดยเขาได้มาอยู่ที่เพียง 8 วันเท่านั้นก็ทำประตูแรกได้สำเร็จ ในเกมที่พบกับ ลิเวอร์พูล โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 77 ของเกม ก่อนที่จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมเปิดบ้านพบกับ เร้ดดิ้ง ซึ่งเขาก็ยังทำประตูได้อีกด้วย

ประวัติ โรเมลูลูกากู

 เอฟเวอร์ตัน (2013-2014) (ยืมตัว)

ถึงแม้ความฝันของเขาจะเป็นการกลับไปแย่งตัวจริงในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ แต่ทว่าก็ดูเหมือนอนาคตของเขากับยอดทีมจาก ลอนดอน ดูจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เพราะเมื่อช่วง ซัมเมอร์ 2013 ตลาดนักเตะเปิด ลูกากู ก็ถูก เอฟเวอร์ตัน ขอยืมตัวไปใช้งาน ด้วยสัญญา 1 ฤดูกาลเช่นเดิม เขาเปิดตัวได้อย่างดุดันหลังสามารถทำประตูได้ทันทีในการลงสนามเกมแรกให้กับ เอฟเวอร์ตัน โดยเกมนั้นสามารถเอาชนะ เวสต์แฮม ไปได้ 3-2 เมื่อ 21 กันยายน 2013 ก่อนที่ถัดมาอีก 9 วัน ลูกากู จะโชว์ซัดเบิ้ดใส่ นิวคาสเซิ่ล ให้

”ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอาชนะ ไปได้ 3-2 เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อเกมใหญ่กับ แมนฯซิตี้ เขาก็เป็นคนทำประตูให้ เอฟเวอร์ตัน ออกนำไปก่อน 1-0 ก่อนที่สุดท้ายจะแพ้ไป 1-3 และเกม เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้ ครั้งแรกของเจ้าตัว โดยเขากดประตูใส่ ลิเวอร์พูล ได้ถึง 2 ลูกก่อนที่เกมจะจบลงด้วยผลเสมอกันไป 3-3 ซึ่ง ลูกากู ยอมรับว่าเกมนี้เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับตัวเขามากๆ ฤดูกาลนี้ ลูกากู ซัดไปทั้งหมด 15 ลูกจาการลงเล่น 31 นัด ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพา เอฟเวอร์ตัน จบอันดับที่ 5 ของศึก พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จโดยเก็บไปได้ทั้งหมด 72 คะแนน

ติดตาม ข่าวสารกีฬา ผ่านfacebook >>> Ultimatefootball

ข่าวสารกีฬา อัปเดทใหม่ทุกวัน ได้ที่ >>> 7M 

อัปเดท ข่าวผลบอลสด>>> LINE : @UFA700